หลักสูตรที่จะพาผู้เรียนสำรวจแนวทางการสร้างแบรนด์ให้มีอัตลักษณ์ที่ชัดเจนและสามารถเข้าไปอยู่ในใจผู้คน ในยุคที่สินค้าและรูปแบบการออกแบบสามารถถูกเลียนแบบได้ แต่ “เรื่องราวและอัตลักษณ์” ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ ตั้งแต่การค้นหา Brand Soul การถอดรหัสทุนทางวัฒนธรรมและนำมาตีความใหม่ผ่านงานออกแบบและ Design Storytelling การมองเห็นคุณค่าของความไม่สมบูรณ์แบบ ตลอดจนการค้นหา Creative Identity และ DNA ของแบรนด์ โดยเน้นการสร้างตัวตนที่สะท้อนความคิด ความเชื่อ และคุณค่าของแบรนด์อย่างจริงใจ เพื่อสร้างความแตกต่างและการจดจำในระยะยาว
ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ผ่านเนื้อหา 2 ส่วน ได้แก่ CREATIVE IDENTITY LAB: Brand × Storytelling ซึ่งนำเสนอกระบวนการสร้างอัตลักษณ์ของแบรนด์ ตั้งแต่การค้นหา Brand Soul การนำทุนทางวัฒนธรรมมาตีความและต่อยอดผ่าน Design Storytelling ไปจนถึงแนวคิด The Power of Imperfection ที่เปลี่ยนความไม่สมบูรณ์และข้อจำกัดให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของงานสร้างสรรค์ที่มีเอกลักษณ์ และ CREATIVE IDENTITY LAB: Talk & Discussion ซึ่งชวนเจาะลึกการสร้างแบรนด์สไตล์เรียบง่ายแต่ทรงพลังในยุค Creator Economy ผ่านการวิเคราะห์กระบวนการค้นหา DNA ของแบรนด์ การเล่าเรื่องอย่างจริงใจโดยไม่จำเป็นต้อง “ตะโกน” การเชื่อมโยงเรื่องราวจากอดีต ปัจจุบัน และอนาคต การเปลี่ยนข้อจำกัดของวัสดุและบริบทให้กลายเป็นจุดเด่นของผลงาน ตลอดจนการรักษาสมดุลระหว่างความเป็นตัวเองกับโจทย์ทางธุรกิจ เพื่อให้ทั้งผลงานและการสื่อสารสามารถสร้างการจดจำและเข้าไปอยู่ในใจผู้คนได้อย่างแท้จริง
เนื้อหาที่จะได้เรียนรู้
ส่วนที่ 1: CREATIVE IDENTITY LAB: Brand x Storytelling
เปลี่ยนทุนวัฒนธรรม ให้กลายเป็นแบรนด์สร้างสรรค์ระดับโลก ผ่านการเล่าเรื่อง Design Storytelling
1. ทำไมแบรนด์ยุคใหม่ต้องมี ‘ตัวตน’ มากกว่ามีแค่สินค้า
- ความสำคัญของเรื่องราวและอัตลักษณ์ที่เลียนแบบไม่ได้ในตลาดที่สินค้ามีความคล้ายคลึงกัน
2. CRAFTING THE IDENTITY: ถอดรหัสทุนวัฒนธรรมสู่แบรนด์สากล
- การค้นหา Brand Soul และเรื่องราวที่ทรงพลังของแบรนด์
- การนำเรื่องราวทางวัฒนธรรมและเอเชียมาผสานกับงานออกแบบเครื่องประดับร่วมสมัย (Asian Art-to-Wear)
3. The Power of Imperfection: เปลี่ยนความแตกหักให้เป็นศิลปะ
- กรณีศึกษาการสร้างสรรค์คอลเลกชัน Oriental Blue จากชิ้นส่วนเซรามิกและเครื่องลายครามที่แตกหัก
- เทคนิคการเชื่อมทองและใช้น้ำยาประสานแบบเครื่องเซรามิกญี่ปุ่น เพื่อสร้างงานดีไซน์ที่มีเพียงชิ้นเดียว
- หลักคิดที่ว่าแบรนด์ไม่จำเป็นต้องเล่าแต่ความสมบูรณ์แบบเสมอไป แต่สามารถดึงความไม่เพอร์เฟกต์มาสร้างความโดดเด่นได้
ส่วนที่ 2: AI Design LAB: Talk & Discussion
LESS IS MORE BRANDING: สร้างตัวตนให้ทรงพลังด้วยความเรียบง่ายระดับสากล
1. Creative Identity & DNA: การค้นพบและสร้างอัตลักษณ์
- กระบวนการตั้งคำถามเพื่อค้นหาตัวตนของแบรนด์สำหรับผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มต้น
- การปรับสมดุลระหว่าง "ความเป็นตัวเอง" กับ "โจทย์ของลูกค้า"
- การสร้างอัตลักษณ์ที่ไม่ซ้ำกับผู้อื่นและไม่ตกเป็นทาสของเทรนด์ฉาบฉวย
2. Cultural Identity & Design Storytelling (การเล่าเรื่องผ่านงานดีไซน์)
- การดึงทุนทางวัฒนธรรม (Cultural Asset) และวัสดุท้องถิ่นมาเล่าใหม่ให้ไม่ล้าสมัย
- การเล่าเรื่องอย่างจริงใจ ภายใต้โครงสร้าง Past-Present-Future (อดีต-ปัจจุบัน-อนาคต) เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า
- การเปลี่ยนข้อจำกัดด้านพื้นที่หรือวัสดุให้กลายมาเป็นลายเซ็นต์ของงาน (Key Signature)
3. Personal & Brand Communication: การสื่อสารตัวตนในยุคดิจิทัล
- แนวคิดการเล่าเรื่องที่ทรงพลัง ซึ่งไม่ใช่การตะโกน แต่เป็นการสื่อสารผลงานอย่างถ่อมตัว (Humble) และมีรสนิยม
- หลักการที่ว่าผลงานที่ดีจะพูดน้อย ส่วนงานที่ไม่ถูกใจจะต้องพูดอธิบายเยอะ
- การสื่อสารตัวตนของ Creator บนแพลตฟอร์มดิจิทัลและการสร้างฐานคอมมูนิตี้ที่รักในคุณค่าของแบรนด์
4. Business Viability & Creative Survival (การต่อยอดธุรกิจและความอยู่รอด)
- การจัดการความขัดแย้งระหว่างการสร้างงานศิลปะ (Art) และความอยู่รอดทางธุรกิจ (Business)
- ปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยนงานออกแบบที่เรียบง่ายให้กลายเป็นระดับพรีเมียม
- จุดแข็งของงานมือ (Human Touch/Craft) ที่เทคโนโลยีและ AI ไม่มีวันดิสรัปต์ได้
ผู้สอนและผู้ร่วมเสวนา
- คุณศรัณญ อยู่คงดี : ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบแบรนด์เครื่องประดับ SARRAN ศิลปินไทยคนแรกผู้คว้ารางวัลระดับโลก LOOT Acquisition Prize จากนิวยอร์ก และผู้อยู่เบื้องหลังงานดีไซน์ที่คนดังระดับโลกเลือกสวมใส่
ผู้สอนในหัวข้อ CREATIVE IDENTITY LAB: Brand × Storytelling โดยเน้นกระบวนการสร้างอัตลักษณ์และตัวตนของแบรนด์ ตั้งแต่การค้นหา Brand Soul การถอดรหัสทุนทางวัฒนธรรมและนำมาตีความใหม่ผ่าน Design Storytelling ไปจนถึงแนวคิด The Power of Imperfection ที่นำความไม่สมบูรณ์แบบและข้อจำกัดมาสร้างสรรค์เป็นผลงานที่มีเอกลักษณ์ เพื่อสร้างความแตกต่างและคุณค่าให้กับแบรนด์
- คุณจูน เซคิโน : ผู้ก่อตั้ง JUNSEKINO Architect and Design สถาปนิกแถวหน้าของไทย และเจ้าของรางวัลออกแบบสถาปัตยกรรมระดับนานาชาติมากมาย
ผู้ร่วมเสวนาในหัวข้อ CREATIVE IDENTITY LAB: Talk & Discussion ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการสร้างแบรนด์ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังในยุค Creator Economy โดยครอบคลุมการค้นหา Creative Identity และ DNA ของแบรนด์ การเล่าเรื่องอย่างจริงใจโดยไม่จำเป็นต้อง “ตะโกน” การเปลี่ยนข้อจำกัดของวัสดุและบริบทให้กลายเป็นจุดเด่นของผลงาน ตลอดจนการรักษาสมดุลระหว่างความเป็นตัวเองกับโจทย์ทางธุรกิจ เพื่อสร้างผลงานและแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์และเป็นที่จดจำ
- คุณกัญญมน บูรณะกร : ผู้ดำเนินรายการ